Jabbawockeez at the Monsters of Hip Hop Show 2008 LA

The Blue Pill: A JabbaWockeeZ Tribute (Official Video)

Jabbawockeez on Pepsi Smash

Jabbawockeez Complete Dance (clean mix) part 3

abbawockeez - Step Up 2 Deleted

ของ 3/12 กลุ่ม 9

 

ข้อคิดดี ๆ ในการใช้ชีวิต

เวลาเจองานหนัก ให้บอกตัวเองว่า 
นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ

เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่า 
นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ

เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต

เวลาเจอนายจอมละเมียด ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)

เวลาเจอคำตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ

เวลาเจอคำนินทา ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย

เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต

เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี

เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง

เวลาเจอแฟนทิ้ง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ

เวลาเจอคนที่ใช่ แต่เขามีคู่แล้ว ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง

เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม

เวลาเจอคนเลว ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์

เวลาเจออุบัติเหตุ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด

เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบททดสอบที่ว่า "มารไม่มีบารมีไม่เกิด"

เวลาเจอวิกฤต ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม "ในวิกฤตย่อมมีโอกาส"

เวลาเจอความจน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต

เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์ 

จะไม่มีเชื้อโรคใดเจาะผ่านภูมิคุ้มกันของเราได้ หากมีจิตใจที่คิดแต่สิ่งดี

ภายในวิกฤตที่เลวร้าย หากใช้สติและเหตุผลพิจารณาอย่างรอบคอบ เราอาจจะได้เห็นด้านดีๆ ของชีวิตที่ซ่อนอยู่ก็ได้

และ

"ถ้าเราเก่ง  เราบอกผู้คนได้ แต่... ถ้าเรายิ่งใหญ่ ผู้คนจะบอกเอง" 
หมาย ถึง ความอวดตน และถ่อมตน ตามสมควร

"จงทำตน ให้เป็นคน ที่สมบูรณ์"
อันนี้ เห็นคุณยาย เขียนไว้ข้างเสาตั้งแต่เด็กๆ เป็นคำสรุปที่เรียบง่าย 

และให้นึกต่อได้อีกมากมาย ว่า จะทำอย่างไรให้เป็นคนที่สมบูรณ์ (ตอนเด็กๆ  นึกว่าให้กินเยอะๆ นะเนี่ย)

สุดท้าย เพื่อไม่ให้ผิดหวัง ท้อแท้ ก็
"พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว"

ของ สุจิตรา ทิพย์ประเสริฐ เลขที่ 9?

 

อ่านสักนิด แล้วจะรู้ว่า... ใช่เลย

 
เกียรติยศย่อมเกิดจากการกระทำที่สุจริต
ถ้าคุณหัวเสีย คุณจะเสียหัว
อย่าไล่สุนัขให้จนตรอก อย่าต้อนคนให้จนมุม
อำนาจที่ปราศจากเหตุผล คือ อำนาจของคนพาล อำนาจที่ปราศจากความเมตตา คือ อำนาจที่นำมาซึ่งความปราชัย
ถ้าคุณคิดจะเป็นใหญ่ คุณก็จะได้เป็นใหญ่ถ้าคุณคิดอยากเป็นอะไร คุณก็จะได้เป็นสิ่งนั้น
เพราะแสวงหา มิใช่เพราะรอคอย เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย ดังนี้แล้ว "ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน"
นกทำรังให้ดูไม้ ข้าเลือกนายให้ดูน้ำใจ
ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ทำตนให้เล็กที่สุด ผู้ที่เล็กที่สุดก็จะกลายเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุด ผู้ที่มีเกียรติ คือ ผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น
จริงคือลวง ลวงคือจริง ถ้าคุณคิดว่าข้าศึกมีทางเลือกเพียง ทาง จงแน่ใจได้ว่าเขาจะเลือกทางที่ 3
ถ้าสติไม่มา ปัญญาก็ไม่มี
มังกรถ้าไร้หัว หางก็ตีกันเอง ถ้าคานบนเอน คานล่างก็เบี้ยว ถ้าเสาเอกเฉียง เสาโทก็เฉ
คนมองไม่เห็นการณ์ไกล ภัยก็จะมาถึงตัว คนไม่รู้จักตัดไฟ ภัยก็จะน่ากลัว
ยามเรืองรุ่งพุ่งเปรี้ยงดุจเสียงฟ้า แม้เทวายังสยบหลบทางให้ จะหยิบดาวเดือนชมก็สมใจ คงร้องให้วันหนึ่งแน่ คราวแพ้มี
ไม้คดใช้ทำขอเหล็กงอใช้ทำเคียว แต่ คนคดเคี้ยวใช้ทำอะไรไม่ได้เลย
เล่นหมากรุก อย่าเอาแต่บุกอย่างเดียว เดินหมากรุกยังต้องคิด เดินหมากชีวิต จะไม่คิดได้อย่างไร
เมื่อเสียหลักก็ต้องหลบอย่างฉลาด เมื่อพลั้งพลาดต้องรู้หลึกใส่ปลีกหาง ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆทำ ค่อยคลำทาง จึงจะย่างสู่จุดหมายเมื่อปลายมือ
ปลาใหญ่มักตายน้ำตื้น
เมื่อใครสักคนหนึ่ง ทำผิด ท่านอย่าเพิ่งตำหนิหรือต่อว่าเขา เพราะถ้าท่านเป็นเขาและตกอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นเดียว กับเขา ท่านอาจจะตัดสินใจทำเช่นเดียวกับเขาก็ได้
การบริหารคือการทำงานให้สำเร็จโดยอาศัยมือผู้อื่น
ผู้ปกครองระดับธรรมดา ใช้ความสารมารถของตนอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับกลาง ใช้กำลังของคนอื่นอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับสูง ใช้ปัญญาของคนอื่นอย่างเต็มที่
อ่านคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น
เมื่อนักการฑูตพูดว่า "ใช่ หรือ อาจจะ" เขามีความหมายว่า "อาจจะ" 
   เมื่อนักการฑูตพูดว่า "อาจจะ" เขามีความหมายว่า "ไม่" 
    เมื่อนักการฑูตพูดว่า "ไม่" เขาไม่ใช่นักการฑูต เพราะนักการฑูตที่ดีจะไม่ปฏิเสธใคร
เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า"ไม่"หล่อนมีความหมายว่า "อาจจะ" เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "อาจจะ" หล่อนมีความหมายว่า "ใช่หรือได้" เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "ใช่หรือได้" หล่อนไม่ใช่สุภาพสตรี
คิดทำการใหญ่ อย่าสนใจเรื่องเล็กน้อย
ตาสามารถมองเห็นสิ่งที่ไกลได้ แต่ไม่สามารถ มองเห็นคิ้วของตน คนส่วนใหญ่ใส่ใจกับผลได้ระยะสั้นเท่านั้น แต่คนฉลาดอย่างแท้จริงจะมองไปยังอนาคต
ตัดไผ่อย่าไว้หน่อ ฆ่าพ่ออย่าเหลือลูก คิดทำการใหญ่ ใจคอต้อง...มหาญ
ข้าพเจ้ายอมทรยศต่อคนทั้งโลก ดีกว่าให้คนในโลกทรยศต่อข้าพเจ้า
เป็นแม่ทัพแล้วไม่กล้าตัดหัวคน เป็นแม่ทัพที่ดีไม่ได้
คนฉลาดปราดเปรื่อง เขานั่งนิ่งสงวนคม
ไม่มีใครเลี้ยงอาหารใครเปล่า ๆ โดยไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทน
ศัตรูที่ร้ายเหลือ ไม่เท่าเกลือเป็นหนอน
ความรู้ คือ อำนาจ
นั่งภูดูเสือ กัดกัน
เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน ฉะนั้นจึงอย่าประมาท
ถ้าเป็นกษัตริย์ แล้ว ไม่โลภ ก็ เป็นกษัตริย์ ที่ดีไม่ได้ ถ้าเป็นนักบวชแล้วโลภ ก็ เป็นนักบวช ที่ดีไม่ได้
น้ำไหลลงสู่ที่ต่ำฉันใด เราก็กลายเป็นคนฉลาด
   
อมรรัตน์ วันเพ็ญ เลขที่ 10?
 

19 ข้อคิดเพื่อชีวิตดีดี

  1. อย่าทำลายความหวังของใครเพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้ 
2. เมื่อมีคนเล่าว่าตัวเขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตามเราไม่ต้องไปคุยทับ ปล่อยเขาฟุ้งไปตามสบาย 
3. รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่ว ๆ เท่านั้น 
4. หัดทำสิ่งดี ๆ ให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัย โดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้ 
5. ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช้เรื่องคอขาดบาดตายแล้ว อะไรๆมันก็ไม่ได้สำคัญอย่างที่คิดไว้ทีแรกหรอก
6. ใช้เวลาน้อยในการคิดว่า “ใคร” เป็นคนถูก แต่ใช้เวลาให้มาก ในการคิดว่า “อะไร” คือ สิ่งที่ถูก 
7. เราไม่ได้ต่อสู้กับ “คนโหดร้าย” แต่เราสู้กับ “ความโหดร้าย” ในตัวคน 
8. คิดให้รอบคอบ ก่อนจะให้เพื่อนต้องมีภาระในการรักษาความลับ 
9. เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน 
10. เป็นคนถ่อมตน คนเขาทำอะไรต่ออะไรสำเร็จกันมามากมายแล้ว ตั้งแต่เรายังไม่เกิด 
11. ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใด....สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้ 
12. อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาเบื่อหน่าย ถ้ามีใครมาถามเราว่า “เป็นยังไงบ้างตอนนี้” ก็บอกไปเลยว่า “สบายมาก” 
13. อย่าพูดว่า มีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมี มันก็วันละยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่าๆกับที่ หลุยส์ ปาสเตอร์ไมเคิลแอนเจลโล,แม่ชีเทราซาลีโอนาร์โด ดาวินชีทอมัส เจฟเฟอร์สัน หรือ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ เขามีนั่นเอง 
14. เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยว เมื่อเหลียวกลับไปดูอดีต  เราจะเสียใจในสิ่งที่อยากทำแล้วไม่ได้ทำ มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว 
15. ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานของตัวเอง ไม่ใช่ด้วยมาตรฐานของคนอื่น 
16. จริงจังและเคียวเข็ญต่อตนเอง แต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น 
 
ของ สุทธิดา กลัดคร้าม เลขที่ 35?
 
 

15 ข้อคิดดีๆ รักษาจิตใจ 
-------------

1. คนเรามีความรู้สึกรัก ชอบ โกรธ เศร้า ไม่ต่างกัน

ขึ้นอยู่กับว่าเวลา ไหนมันจะแสดงออกมามากน้อยเพียงใดเท่านั้น "
คนที่จะหัวเราะได้เสียงดัง  ข้างในคงต้องขำบ้างพอสมควร คนที่น้ำตาจะไหลได้

ข้างในคงมีเรื่องปวดร้าว ....ถ้าไม่นับการร้องไห้ที่มาจากความปิติ "

2.โลกสอนมนุษย์ว่าทุก สิ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง...แต่โลกก็กลับสอนให้มนุษย์ผูกพัน

3.  คนที่ตลกหัวเราะสดใส ก็คือคนเดียวกับคนที่สามารถร้องไห้ฟูมฟายได้
เพียง แต่คุณจะได้เห็นหรือเปล่าเท่านั้น อาจจะเคยได้ยินว่า "
คนที่หัวเราะได้ ดังที่สุด ก็คือคนที่สามารถร้องไห้ได้ดังที่สุดเช่นกัน"

4. เด็กๆ  จะมองว่าผู้ใหญ่ซีเรียส ในขณะที่ผู้ใหญ่จะบอกว่า เด็กไร้สาระ
เพราะเด็ก ไม่เคยเป็นผู้ใหญ่มาก่อน วันหนึ่งเขาคงจะรู้ว่าทำไมถึงต้องมีเรื่องซีเรียส
สำหรับ ผู้ใหญ่ซึ่งได้ผ่านวัยเด็กมาแล้วอาจจะลืมไปว่า ณ วันที่ผ่านมา"
สาระ"ใน ชีวิตของเ-า คืออะไร

5.  ครอบครัวไทยมักจะเลี้ยงลูกผู้หญิงให้เป็นฝ่ายถูกเลือก
คอยสั่งสอนให้ทำ ตัวเรียบร้อย ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครเลือกไปเป็นคู่ครอง....
แต่ความจริง แล้วผู้ชายและผู้หญิง เราต่างเลือกซึ่งกันและกันมากกว่า

6.  เพื่อนที่ดีที่สุด  คือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันซักคำ
แต่ สามารถเดินจากไป ด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด

7.ใคร หลายคนไม่กล้าเข้าไปปลอบโยนให้คำปรึกษากับเพื่อนเพราะคิดว่าเราไม่รู้จะบอก
เขา ยังไงเพราะเราเป็นแค่เพื่อน....แต่ความจริงแล้วคุณเป็นมากกว่าเพื่อนต่างหาก

8.  ผู้ชายที่ร้องไห้ และยอมรับว่าตัวเองร้องไห้เขาคือสุภาพบุรุษที่สุด
อย่าง น้อยการซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง... คือความกล้าหาญสุดยอด

9.  ก่อนที่วันนี้ คุณจะทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ๆ
อย่าลืมสำรวจตัวเองก่อน ว่า
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา... ทำใครหล่นหายไปจากชีวิตหรือเปล่า

10.  เงินไม่ใช่พระเจ้า แต่ทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้น

11. มีสติ  สตางค์อยู่ ก็ปลีกเวลาไปใช้เสียบ้าง
อีกหน่อยไม่มีสติแต่มีสตางค์...ก็ สายไปเสียแล้ว

12. เวลาที่เรารักใคร เราจะรู้สึกตัวเล็ก เหลือเกิน...เวลาใครรักเรา
เราจะรู้สึกตัวใหญ่เหลือเกิน...แต่ถ้าเราเจอคน ที่เรารักเขาและเขาก็รักเรา
เราจะผลัดกันตัวเล็กตัวใหญ่

13.  วันที่คุณเข้มแข็งและแข็งแรงพอ
อย่าลืมเป็นผู้ฟังที่ดีให้กับคนที่มี ปัญหาด้วย "เอาไหล่ให้เขาพิง
เอามือให้เขาจับ".....100 คำพูดดี ดี  ไม่เท่ากับ สัมผัสที่มีค่าหรอกนะ

14. คุณรู้ไหมว่า  อายุคนเราเฉลี่ย 76 ปีนั่นคือแค่ 3,952
อาทิตย์เท่านั้นคุณหมดเวลาไปกับ การนอนถึง 1317 อาทิตย์

ซึ่งเท่ากับว่าคุณเหลือเวลาที่ใช้ดำเนินชีวิตแค่  2,635 อาทิตย์เท่านั้นเอง

15. ลองฉลองวันเกิดกับครอบครัวสักปี  แล้วคุณจะได้รู้ว่า
เมื่อตอนที่คุณร้องไห้จ้าในวันเกิดวันแรก
คนใน ครอบครัวคุณมีความสุขกันขนาดไหน.......

อ่านครบ 15 ข้อแล้วลองทำดูนะ  ให้ชีวิตอยู่อย่างรื่นๆ ชื่นฤทัย
สบายใจกันดีที่สุด

3/12 กลุ่ม 6
 

เพื่อนหิว ==>> กูพาไปกิน 
เพื่อนบิน ==>> กูแห่ไปรับ 
เพื่อนหลับ ==>> กูก้อปลุก 
เพื่อนอยากสนุก ==>> กูจัดห้ายย 
เพื่อนอยากไปไหน ==>> กูไปหมด 
เพื่อนบอกให้ซัด ==>> จัดไปมิดไม 
เพื่อนบอกให้จัด ==>> กูโทรจิก 
เพื่อนบอก home sick ==>> กูปลอปใจ 
เพื่อนอยากแดนซ์เมื่อไหร่ ==>> กูจองโต๊ะ 
เพื่อนกุโคตรโก๊ะ ==>> กูโก๊ะพอกันนนน 
เพื่อนบอกเบื่อมัน ==>> กูเบื่อด้วย 
เพื่อนบอกมันซวย ==>> กูซวยกว่ามัน 
เพื่อนกูรักกัน ==>> กูสนับสนุน (555) 
เพื่อนกุหมกมุ่น ==>> กูเตือนสติ (ไม่ได้) 
เพื่อนบอกไม่ใจ ==>> กูใจกว่า 
เพื่อนบอกมันบ้า ==>> กูว่าบ้าเกมส์ 
เพื่อนกูเรียบร้อย ==>> กูคอยยุ 
เพื่อนชอบกินจุ ==>> กูกินจุกว่า 
เพื่อนชอบมาสาย ==>> แต่กูมาสุดท้ายตลอด 
เพื่อนหาที่จอด ==>> กุซ้อนคัน 
เพื่อนบอกอย่าเลย ==>> กุไม่กลัว 
เพื่อนไปไหนไม่ชัวร์ ==>> กู stand by 
เพื่อนบอกจะ บุค ไว้ ==>> กูโอเค 
เพื่อนอยากกิน MK ==>> กูก็เลยสั่งเป็ด 
เพื่อนยังทำงานไม่เสร็จ ==>> กุรอได้ 
เพื่อนเป็นคุณนาย ==>> กูก็เลยเป็นคุณชาย 
เพื่อนอยากกิน yuu ==>> กูรู้เจอที่ไหน 
เพื่อนโทรไม่รับ ==>> ก็กูหลับอยู่ 
เพื่อนบอกกูรู้ ==>> ก็กูโทรกลับ 
เพื่อนกูเมาหลับ ==>> ก็กูขับรถ 
เพื่อนบอกปวดตด ==>> กุตดก่อนเลย 
เพื่อนจับจดอิ๊อ๋าย ==>> กูส่ายหัว 
เพื่อนบอกปวดหัว ==>> กูก็เลยหัวปวด 
เพื่อนบอกมีเรื่อง ==>> พูดมากูจะฟัง(อิอิ) 
เพื่อนแม่งกลัวเลือด ==>> ช่างมึงดิกูก็กลัว(งงดิ)555 
เพื่อนบอกรักแมว ==>> กุก็เลยรักหมา(555) 
เพื่อนอยากกินปลาทู ==>> กุแกะไห้แดก 
เพื่อนอยากไปไหน ==> กูไปด้วย คร้าฟฟ
 
3/12  กลุ่ม 4
 
 

ปรัชญาผ้าขี้ริ้ว


ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด
เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกหลานอยู่สุขสบาย
ความสุขแท้ของคนคือการได้ยืนแอบยิ้ม อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้อื่น

ผ้าขี้ริ้วดูดซับความสกปรกได

แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา
เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้ตัวเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว มิใช่อมความสกปรกไว้แล้ว แกล้งบอกว่าตนเองสะอาด

ผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าที่สะอาดที่สุด ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด
เ หมือนคนที่ฝึกหัดขัดเกลาตนเอง รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน ไม่โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น เขาจะเป็นคนที่มีคุณค่า
ไม่ว่าจะมาจากสกุลใด การศึกษามากหรือน้อยก็ตาม เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดดี เหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทอง 


ผ้าขี้ริ้วถึงจะเป็นผ้าไม่มีราคา แต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ได้
เ หมือนคนที่พยายามทำตนให้มีคุณค่า ด้วยการทำงานมิใช่ด้วยการประจบ ทำตนให้มีประโยชน์ ให้มีค่า ไม่ใช่งอมืองอเท้า น้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาชะตาชีวิต ต้องสร้างกำลังใจให้ตนเองอย่ารอคอยจากคนอื่น


ผ้าขี้ริ้วไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไร
เ หมือนคนที่ยอมตัวอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ปริปากบ่น รู้จักอาสาคน อาสาทำงาน ต้องตั้งใจทำงานโดยไม่เกี่ยงงอน ไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆ ก็ตาม  คนที่ตกงานเพราะไม่ยอมทำงาน

ผ้าขี้ริ้วยอมให้ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุด
เหมือนคนที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรังเกียจ ที่เขาเห็นว่าเป็นงานชั้นต่ำ  แต่ก็ตั้งใจทำให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้ หรือยินดีในการบริการ  เหมือนคนที่อิ่มเอิบเมื่อได้บริการรับใช้คนอื่น รับใช้สังคม  ดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการความรู้ ความสามารถของตน  และยินดีที่ได้เสนอตัวเข้าไปบริการมากกว่าเข้าไปบริหาร


ผ้าขี้ริ้วพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาด
เ หมือนคนควรพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของคนอื่น  ต้องมีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ เป็นนายอินหรือนางอิน  ผู้ปิดทองหลังพระ มีความสุขและภูมิใจที่ได้มอบความสำเร็จให้คนอื่น
มีมากที่ผู้น้อยบางคน ทำงานแล้วทำให้ผู้ใหญ่เล็กลง ขณะที่ตัวเองโตขึ้น


ผ้าขี้ริ้วทนทานต่อการขัดถูซักล้างไม่เปราะบาง
เ หมือนคนที่มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็อดทนได้  เพื่อให้สำเร็จ ประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น มีจิตใจหนักแน่นไม่เปราะบางหักง่าย  คือไม่เป็นคนทุกข์ง่ายใจเบา แต่นิ่งและหนักแน่นคงดุจแผ่นดิน


ผ้าขี้ริ้วแม้จะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่
เหมือนคนที่รู้ตัวเองว่า กำลังถูกคนปรามาสสบประมาท จะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรค ครั้งนั้นให้ได้
ไ ม่พ่ายแพ้ต่อคำปรามาสของผู้อื่น รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรและ มีกำลังใจในสิ่งนั้น  มองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คนทั้งหลายมองว่าไร้ค่า เมื่อมีปัญหาให้หัดมองสองด้านเสมอ  ผ้าขี้ริ้วมีเสน่ห์เพราะยอมสัมผัสกับสิ่งสกปรก


ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน หากทนความทุกข์ยากลำบาก  ยอมสัมผัสกับงานที่ต่ำต้อยได้ ก็จะมีเสน่ห์ และมีความหมาย 
ทุกคนจึงควรพากเพียรพยายามสร้างเสน่ห์ให้กับชีวิต อย่างที่ผ้าขี้ริ้วสร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง

คุณเห็นด้วยไหม ที่ว่าเราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อน แล้วเราจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง

 

 ความหมายของฮิปฮอป

ฮิปฮอป (อังกฤษHip Hop) หรืออาจเขียนเป็น ฮิป-ฮอป (อังกฤษHip-hop) มีความหมายถึงในด้านดนตรีแนวฮิปฮอป ที่เป็นที่นิยมสำหรับวัยรุ่นอเมริกาและทั่วโลก จนถูกยกระดับให้เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งมีรากฐานการพัฒนามาจากชาวแอฟริกัน-อเมริกัน และ ชาวละติน โดยในช่วงยุค 70' หลังจากที่ดนตรีดิสโก้ที่พัฒนามาจาก แนวเพลงฟังค์ในแบบของโมทาวน์ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทำให้มีการเปิดแผ่นเพลงในคลับต่าง ๆ และด้วยการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี เกิดการสร้าง loop, beat ใหม่ ๆ ขึ้นมา ดนตรีฮิปฮอป จึงถือกำเนิดขึ้น

ประวัติ

คำว่า ฮิปฮอป มักถูกยกเครดิตให้กับ Keith Cowboy แร็ปเปอร์วง Grandmaster Flash & The Furious Five ถึงแม้ว่าในยุคนั้นศิลปินอย่าง LoveBug Starski, Keith Cowboy, และ DJ Hollywood จะถูกเรียกในนามของ "Disco Rap" แต่เครดิตก็มักยกให้กับ Keith Cowboy
ในช่วงยุค 70' เมื่อวัยรุ่นในย่านละแวกใกล้เคียงต้องการจะจัดงานปาร์ตี้ รื่นเริง (block party) ดนตรีฮิปฮอปจึงได้รับการแพร่ขยายเป็นที่รู้จัก ซึ่งฮิปฮอปก็ไม่ได้ถูกจำกัดแค่ว่าเป็นแนวดนตรีชนิดหนึ่งอีกต่อไป แต่ยังได้รับการยกระดับให้เป็น วัฒนธรรมอย่างหนึ่งด้วย โดย วัฒนธรรมฮิปฮอปจะเกิดขึ้นได้โดยต้องมีปัจจัย 4 อย่าง คือ
  • กราฟฟิตี (graffiti) เป็นการเพนท์ พ่น กำแพง ความหมายเพื่อการเชื้อเชิญ แขก หรือสาว ๆ ในละแวกนั้นว่า งานปาร์ตี้เริ่มที่ไหนเมื่อไหร่
  • ดีเจ (DJ) ซึ่งมาจากคำว่า disc jockey ทำหน้าที่เป็นผู้เปิดแผ่นเพลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานปาร์ตี้
  • บี-บอย (B-Boy) - เป็นกลุ่มคนที่มาเต้นในช่วงระหว่างที่ดีเจกำลังเซ็ทแผ่นเพลง เพื่อเป็นการคั่นเวลา ซึ่งลักษณะการเต้น เราจะเรียกว่าเบรกแดนซ์ (break dance)
  • เอ็มซี (MC) เป็นแร็ปเปอร์ซึ่งหลังจากที่ ดีเจ เซ็ทแผ่นเรียบร้อยแล้ว MC จะทำหน้าที่ดำเนินงาน และงานปาร์ตี้ก็ได้เริ่มขึ้น
ตอนต้นยุค 70s เริ่มจากดีเจในสมัยนั้นที่เป็นส่วนในการเล่นดนตรีแนวเบรก-บีท (break-beat) ซึ่งเป็นที่นิยมในการเต้นรำในสมัยนั้น DJ Kool Herc และ Grandmaster Flash ได้แยกการดีเจออกมาโดยเน้นเพื่อให้เป็นการเต้นรำได้ตลอดทั้งคืน เบรก-บีทนั้นก็พัฒนามาจากเพลงฟังก์ที่มีพวกเครื่องเล่นเพอร์คัชชันเล่นอยู่ด้วย และนี่ก็เป็นการพัฒนาของดีเจ รวมถึงคัตติง (cutting) ด้วย
การแร็ปนั้น พวก MC ตอนแรกจะพูดเพื่อโปรโมทให้ดีเจในงานปาร์ตี้ต่าง ๆ แต่เริ่มมีการพัฒนาโดยการใส่เนื้อร้องลงไป โดยเนื้อหาอาจจะเกี่ยวกับชีวิต เรื่องรอบตัว ยาเสพติด เซ็กส์ โดย Melle Mel มักถูกยกเครดิตว่าเป็น MC คนแรก
ปลายยุค 70s ดีเจหลายคนได้ออกแผ่น โดยมีการแร็ปลงจังหวะเพลง เพลงที่ดัง ๆ มีอย่าง "Supperrappin" ของ Grandmaster Flash & The Furious Five, "The Breaks" ของ Kurtis Blow และ "Rapper's Delight" ของ The Sugar Hill Gang เป็นต้น
จนกระทั่งในปี 1983 ฮิปฮิอปถูกย้ำให้ชัดเจนขึ้นเมื่อ Afrika Bambaataa and the Soulsonic Force ได้ออกแผ่นที่ชื่อว่า "Planet Rock" แทนที่จะเป็นการแร็ปในจังหวะดิสโก้Bambaataa ได้ใช้เสียงอีเลคโทรนิกแบบใหม่ขึ้นมาแทน โดยเทคโนโลยีซินธิไซเซอร์สมัยนั้น จนกระทั่ง ฮิปฮอปเข้าสู่กระแสหลัก เป็นที่นิยมอย่างมากในยุค 90s ซึ่งในปัจจุบันมีศิลปินแนวฮิปฮอปอยู่จำนวนมาก

ความรู้เกี่ยวกับ บี บอย

บี-บอย (อังกฤษB-boy) หรือ บี-เกิร์ล (อังกฤษB-girl) คือคนที่ชื่นชอบในวัฒนธรรมฮิปฮอป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเต้นเบรกแด๊นซ์ ที่มาของคำมาจากดีเจฮิปฮอปที่ชื่อ ดีเจ คู เฮิร์ก (อังกฤษDJ Kool Herc) ที่สังเกตว่ามีการตอบรับของกลุ่มนักเต้นในขณะที่เขาเปิดเพลงอยู่ โดยได้ตั้งชื่อพวกเขาว่าเป็น บีต-บอย (อังกฤษbeat-boy) หรือ บี-บอย
กลุ่มบี-บอย สังเกตได้จากการแต่งกาย รสนิยมการฟังเพลง หรือวิถีชีวิต แต่ในปีหลัง ๆ จะดูเฉพาะเจาะจงเฉพาะกลุ่มนักเต้น
การเต้นของนักเต้นบี-บอย จะมี 4 องค์ประกอบพื้นฐาน เริ่มจาก ท็อปร็อก (อังกฤษToprock) องค์ประกอบที่ 2 คือ ดาวน์ร็อก (อังกฤษDownrock) หรือ ฟุตเวิร์ก (อังกฤษ:Footwork) องค์ประกอบที่ 3 คือ ฟรีซ (อังกฤษFreeze) และองค์ประกอบสุดท้ายคือ พาวเวอร์ (อังกฤษPower)

ประวัติ
เบรกกิ้ง (Breaking) หรือ บี-บอยอิ่ง (b-boying) โดยทั่วไปจะเรียกกันในชื่อ Breakdance (เบรกแดนซ์) เป็นรูปแบบการเต้นที่พัฒนา ในส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมฮิปฮอป ในกลุ่มวัยรุ่นคนดำและละตินอเมริกา ในเซาท์บรองซ์ในระหว่างคริสต์ทศวรรษ 1970 คำว่า บี-บอย มาจากคำว่า บีตบอย (beat boy) ด้วยเหตุผลที่พวกเขาจะเป็นพวกเต้นโดยเฉพาะ.[1][2] โดยจะเต้นทั้งในแนวเพลงฮิปฮอปและแนวเพลอื่น ๆ ด้วยที่มักเป็นดนตรีรีมิกซ์ ที่คั่นระหว่างเพลงพัก
4 องค์ประกอบเบื้องต้นมาจากจากรากฐานในการเต้น เบรกกิง (breaking) องค์ประกอบแรกคือ ท๊อปร็อก (TopRock) คำศัพท์ที่ว่านี้จะหมายถึง เป็นการเต้นโดยการยกแขนให้สูงขึ้นและเดินลากเท้าสลับไปมา องค์ประกอบที่ 2 ดาวน์ร็อก (Downrock) ซึ่งจะกล่าวถึง ฟุตเวิร์ก (Footwork) เป็นการเต้นลงบนพื้น องค์ประกอบที่ 3 คือ ฟรีซ (Freeze) เป็นท่าจบโดยการเหวี่ยงขาเข้าไปในการเต้นจะต้องแตะเพื่อเพิ่มในการขั้นบาง ช่วงที่จังหวะและท่าจบโดยปกติ องค์ประกอบที่ 4 คือ พาวเวอร์มูฟ (Powermove) โดยส่วนใหญ่จะเป็นการเล่นแบบผาดโผนโดยทั่วไปเป็นส่วนของในการเคลื่อนไหว ในการเต้นจะหมุนบนพื้นหรือบนอากาศ
คำว่า เบรกแดนซ์ซิ่ง (breakdancing) จะยังไม่เป็นที่ยอมรับในวัฒนธรรมฮิปฮอป เพราะเป็นคำที่แต่งขึ้นมาโดยสื่อมวลชนเพื่ออธิบาย การเบรกกิง หรือ บี-บอย บนถนน ผู้บุกเบิกรูปแบบศิลปะส่วนใหญ่และผู้ฝึกที่โด่งดัง เรียกท่าเต้นดังกล่าว ว่า บี-บอยอิง (b-boying)

ม.3/12กลุ่ม9?

                                                                                                                                                                                                                      
            ข้อคิดคำคม ของขงเบ้ง

                   - เมื่อเสียหลักก็ต้องหลบอย่างฉลาด  เมื่อพลั้งพลาดต้องรู้หลีกใส่ปีกหาง  ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆทำ ค่อยคลำทาง  จึงจะย่างสู่จุดหมายเมื่อปลายมือ

                   - ไม้คดใช้ทำขอ เหล็กงอใช้ทำเคียว    แต่ คนคดเคี้ยวใช้ทำอะไรไม่ได้เลย

                   - คนฉลาดปราดเปรื่อง เขานั่งนิ่งสงวนคม

                  - เพราะแสวงหา มิใช่เพราะรอคอย   เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส  เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย    ดังนี้แล้ว "ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน"

                  - ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ทำตนให้เล็กที่สุด   ผู้ที่เล็กที่สุดก็จะกลายเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุด  ผู้ที่มีเกียรติ คือ ผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น

                  - ฉลาดแต่แต่เข้าข้างคนผิด ชีวิตก็บัดซบ  ฉลาดแต่เข้ากับใครไม่ได้ ก็ไร้ประโยชน์  ฉลาดแต่ขาดคุณธรรม ไม่ทำให้เจริญ

                                                ศักดิเมธ ตรีสุวรรณ เลขที่ 20
 

ด.ญ.ณรินทร ลาพวัน  เลขที่ 7

 

ด.ช นัฐกานต์ จันทร์สว่าง  3/12 เลขที่ 19 ?

 

พูดถึงเรื่องอัตตาตัวตน บางคนฟังไม่ถูก
จึงขอพูดถึงอาการของอัตตา ที่ค่อนข้างชัดเจน
นั้นคือ สิ่งที่เราเรียกว่าศักดิ์ศรี
เราควรจะดูตัวเองให้เป็นว่า
ศักดิ์ศรีของเราอยู่ตรงไหน
เพราะศักดิ์ศรีเป็นจุดอ่อนของเรา
เป็นทีเกิดของทุกข์

สิ่งใดก็ตามแม้แต่ขี้ปะติ๋ว
หากกระทบศักดิ์ศรีของเราเมื่อใดก็เป็นเรื่องเมื่อนั้นทันที

ถ้าเราเอาการรักษาศักดิ์ศรีเป็นเครื่องตัดสินว่า
เราจะทำ หรือไม่ทำอะไร ในชีวิต
เราควรจะระวังให้ดีว่า
เราผูกศักดิ์ศรีของเราไว้กับอะไรบ้าง

ตราบใดที่เรายังเป็นปุถุชน คงยังไม่พ้นความยึดมั่นในศักดิ์ศรี
แต่อย่างน้อยที่สุดเราควรจะพัฒนามัน
จนขึ้นอยู่กับการเป็นพุทธมามกะมากกว่าอย่างอื่น

การมีอัตตาหรือการเป็นชาวพุทธที่ดียังมีโทษอยู่
แต่สำหรับนักปฏิบัติธรรมอาจใช้ความรู้สึกในศักดิ์ศรี
มาหนุนกำลังความละอายต่อบาปในเบื้องต้น
และเป็นขั้นตอนที่จะนำไปสู่ความปลอดภัยในที่สุด

ทุกวันนี้เราเอาอะไรมาเป็นศักดิ์ศรีของตน ขอให้ดูให้ดี
เพราะถ้าไม่ระวังในเรื่องนี้ เดี๋ยวจะกีดกั้นความเจริญในธรรม
มัวแต่เป็นห่วงเรื่องมายา
คือเอาแต่กังวลเรื่องความรู้สึกของเขาต่อเรา อย่างนี้ก็ยุ่ง

ถ้าศักดิ์ศรีของเราขึ้นอยู่กับความมั่นใจว่า
เขารักเราจริง เขาเคารพเราจริง เขากลัวเราจริง ฯลฯ
อย่างนี้ไม่มีวันที่จะสงบได้
เราจะอ่อนไหวต่อการกระทำของคนอื่นตลอดเวลา

เขาทำอย่างนั้นแปลว่าอะไร
เขาไม่ทำอย่างนั้นแปลว่าอะไร
เขาพูดอย่างนั้นแปลว่าอะไร
เขาเงียบอย่างนั้นแปลว่าอะไร
เขายิ้มอย่างนั้นแปลว่าอย่างไร
เขาหน้าตาเฉยอย่างนั้นแปลว่าอย่างไร
เป็นนักแปลอย่างนี้เหน็ดเหนื่อยมาก

     ด.ช.สรศักดิ์ พรพีระ ม 3/12 เลขที่ 12 ?

 

1. อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้
   2. เมื่อมีคนเล่าว่าตัวเขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตาม เราไม่ต้องไปคุยทับ ปล่อยเขาฟุ้งไปตามสบาย
   3. รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่ว ๆ เท่านั้น
   4. หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งอยู่ตามริมทางเสียบ้าง
   5. จะคิดการใด จงคิดการให้ใหญ่ๆเข้าไว้ แต่เติมความสุขสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย
   6. หัดทำสิ่งดี ๆให้กับผู้อื่น จนเป็นนิสัย โดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้
   7. จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น
   8. เวลาเล่นเกมกับเด็ก ๆ ก็ปล่อยให้แกชนะไปเถิด
   9. ใครจะวิจารณ์เรายังไงก็ช่าง ไม่ต้องไปเสียเวลาตอบโต้
 10. ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ "สอง"แต่อย่าให้ถึง"สาม"
 11. อย่าวิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานกับเขา แล้วไม่มีความสุขก็ลาออกซะ
 12. ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย
 13. ใช้เวลาน้อย ๆ ในการคิดว่า "ใคร" เป็นคนถูกแต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า "อะไร" คือสิ่งที่ถูก
 14. เราไม่ได้ต่อสู้กับ "คนโหดร้าย" แต่เราต่อสู้กับ "ความโหดร้าย" ในตัวคน
 15. คิดให้รอบคอบก่อนจะให้เพื่อนต้องมีภาระในการรักษาความลับ
 16. เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน
 18. เป็นคนถ่อมตน คนเขาทำอะไรต่ออะไรสำเร็จกันมามากมายแล้ว ตั้งแต่เรายังไม่เกิด
 19. ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใด...สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้
 20. อย่าไปหวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม
 21. อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาเบื่อหน่าย
ถ้ามีใครมาถามเราว่า  "เป็นยังไงบ้างตอนนี้" ก็บอกเขาไปเลยว่า "สบายมาก"
 22. อย่าพูดว่ามีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมีมันก็วันละยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่าๆกับที่ หลุยส์ ปาสเตอร์ ,
ไมเคิลแอนเจลโล , แม่ชีเทเรซา, ลีโอนาร์โด ดาวินชี, ทอมัส เจฟเฟอร์สัน หรืออัลเบิร์ต ไอสไตน์ เขามีนั่นเอง
 23. เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยว เมื่อเหลียวกลับไปดูอดีต เราจะเสียใจในสิ่งที่อยากทำแล้วไม่ได้ทำ
 24. ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานของตัวเอง ไม่ใช่ด้วยมาตรฐานของคนอื่น
 25. จริงจังและเคี่ยวเข็ญต่อตนเอง แต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น
 27. คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น
 28. ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่ว่างานที่เขาทำนั้นจะกระจอกงอกง่อยสักปานใด
 29. คำนึงถึงการมีชีวิตให้ "กว้างขวาง" มากกว่าการมีชีวิตให้ "ยืนยาว"
 30. มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยกว่าเสมอ คุณทำอย่างนั้นอยู่หรือเปล่า?

      ด.ญ.ธันยพร โทนออ่น ม 3/12 เลขที่ 39 ?

 


ด.ช จิรายุส กรัตะนุตถะ 3/12 เลขที่ 27 ?

 
"เพื่อน" กับการจากลา
ฤดูกาลผันผ่าน
อาจเปลี่ยนวันวานตามไปได้
แต่ตราบใดที่ภาษายังไม่เปลี่ยนไป
คำว่า (("เพื่อน")) เขียนอย่างไร
ความหมายย่อมเหมือนเดิม ^^

๑ ปีที่เจอกัน !!~
มันเป็นฝันหรือความจริง
มีเพียงไม่กี่สิ่ง ที่ยังจำมันเรื่อยมา
1 นั้นคือน้ำใจ ที่เราให้กันก่อนลา ~
สุดท้ายคือน้ำตา แห่งมิตรภาพก่อนจากกัน ++

ยังจดจำ ทุกคืนวัน ที่ร่วมสุข
ยังจดจำ สุขทุกข์ ไม่ได้หาย
ยังจดจำ ว่าเื่ื่พื่อนนั้น มันเพื่อนตาย
เพื่อนหลากหลาย ไม่เหมือนเธอ เลยสักคน
แล้วก็ต้อง ถึงวัน ที่พลัดพราก
เราต้องจาก กันไกล ไปสู่ฝัน
ไม่มีแล้ว ความสนุก ทุกคืนวัน
เธอและฉัน ต้องแยกกัน ตามฝันไป
ถึงแม้เรา ฝันกัน คนละสิ่ง
จึงต้องวิ่ง แยกกันไป อยากใจมัน
ไม่นานหรอ ที่จะวิ่ง มาเจอกัน
เธอกับฉัน เป็นเพื่อนกัน ตลอดไป

ถึง แม้ จะรู้ จัก กันแค่ 1ปี แต่ก้อทำให้ เรามีความสุข
ความรัก ความเศร้า และความหวัง ขึ้น มอ.3 ถ้าเปนไปได้
อยาก ให้ เรา ได้ อยู่ห้อ ง เดียวกา น จะ จดจำ
" ตลอดไป "
 

                                กลุ่ม9 ม.3/12 นะคร้าฟฟ?
 
คงไม่มีแล้ว วันที่โดดเรียนด้วยกัน
คงไม่มีแล้ว วันที่นั่งหน้าตึกประจำ
คงไม่มีแล้ว วันที่ดีดกีต้าร์ร้องเพลงด้วยกัน
คงไม่มีแล้ว วันที่ไล่คนอื่นเมื่อมากวนตีนของคนในกลุ่ม
คงไม่มีแล้ว วันที่เดินเข้าไปถามคนอื่นว่า"มองหน้ากูทำไม"
คงไม่มีแล้ว วันที่มานั่งรอพวกมึงแต่เช้าที่หน้าห้อง2/12
คงไม่มีแล้ว วันที่นั่งรอรถเมล์หน้าโรงเรียนกลุ่มใหญ่ๆ
คงไม่มีแล้ว วันที่นั่งรถกลับบ้านด้วยกัน
คงไม่มีแล้ว วันที่ขีดเขียนชื่อกลุ่มเต็มร.ร
คงไม่มีแล้ว วันที่พูดว่า"สุขสันต์วันเกิดนะ"แม้อายแค่ไหน
คงไม่มีแล้ว วันที่เดินกอดคอกันโดยไม่อาย
คงไม่มีแล้ว วันที่พูดคุยกันเวลาเค้าสวดมนต์
คงไม่มีแล้ว วันที่หัวเราะด้วยกัน ปลอบใจเมื่อผิดหวัง
คงไม่มีแล้ว มือที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เมื่อร้องไห้
คงไม่มีแล้ว วันที่แย่งขนมกันกิน
คงไม่มีแล้ว คนที่พูดว่า"นี่คือเพื่อนกู"
คงไม่มีแล้ว วันที่นั่งด่าพ่อล่อแม่กัน
คงไม่มีแล้ว ตะโกนแหกปากด่ากันแรงๆ
คงไม่มีแล้ว วันที่เล่นกันแรงๆโดยไม่เคยโกด
คงไม่มีแล้ว วันที่นั่งใน ส.น.ด้วยกัน
คงไม่มีแล้ว วันที่พูดว่า"มึงเต้นท่าเหี้ยอะไร
ต่อจากนี้...ไม่มีแล้ว...ผมทรงนักเรียน
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...ไหว้ครูหน้าประตู
ต่อจากนี้...ไม่มีแล้ว...ที่เรานั่งประจำ
ต่อจากนี้...ไม่มีแล้ว...ห้องเรียนที่แสนจะอบอุ่น
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...ยุ่วส์ในห้องนาน50นาที
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...ห้องน้ำที่ให้เราเถลไกล
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...คำพูดที่ว่า'นักเรียนทำความเคารพ'
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เสียงหมดคาบ'ตึ๊งตึ่งตึงตึ่ง ตึ่งตึงตึ๊งตึ่ง'
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อนที่นั่งลอกการบ้านเป็นเพื่อนเรา
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่คอยพูดคุยกับเรา เวลาเหงา
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่กล่าวคำว่า'โชคดี'ก่อนกลับบ้าน
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่ช่วยแก้ตัวเวลามีปัญหา
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่ไปกินข้าวด้วยกันตอนกลางวัน
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่คอยแย่งกับข้าวเรากิน
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่นั่งเฮฮากันตอนว่าง จนขึ้นเรียนสาย
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่นั่งกินข้าวโต๊ะประจำ
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่คอยห่วงใยดูแลเราเสมอ
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่คอยให้เมล์เพื่อนมาอีกที
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่คอยตลก..เฮฮา..หัวเรา..ไปกับเรา
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่ให้อภัยเราได้ทุกเรื่อง
ต่อจากนี้...จะมี...เพื่อน..ที่ต้องจากกัน..ไปตามความฝันของตนเอง
ต่อจากนี้...จะมี...เพื่อน..ที่ต้องห่างไกล.กันนับสิบนับร้อยกิโล
ต่อจากนี้...จะมี...เพื่อน..ที่มีชีวิต..อนาคต..ตามที่ทุกคนเลือก
ต่อจากนี้...อนาคตข้างหน้า...เพื่อน..จะเรียนจบตามที่ใจหวัง
ต่อจากนี้...อนาคตข้างหน้า...เพื่อน..จะทำงาน หาเงิน แบ่งเบาภาระพ่อแม่
ต่อจากนี้...อนาคตข้างหน้า...เพื่อน..จะมีคู่ชีวิต ครอบครัวที่สมบูรณ์
ต่อจากนี้...เพื่อน...จะคิดถึงกัน..ติดต่อกัน..ไม่ว่าจะนานแค่ไหน
ต่อจากนี้...เพื่อน...จะอยู่ในใจ..ความทรงจำ..พวกเรา..เสมอ กู รัก มึง นะ เพื่อน....

                                                  กลุ่ม9 ม.3/12




"You see things and you say, 'Why?'!But I dream things that never were; and I say, 'Why not?"
- - George Bernard Shaw - -
คุณเห็นบางสิ่งบางอย่าง คุณจะพูดว่า"ทำไม" ในขณะที่ฉันได้เห็นความฝันของฉันซึ่งไม่เคยเป็นไปได้ ฉันพูดว่า "ทำไมถึงไม่มีสิ่งนั้นล่ะ"

"Do what you can, with what you have, where you are."
- - Theodore Roosevelt - -
ทำในสิ่งที่คุณสามารถจะทำได้ พร้อมกับสิ่งที่คุณมีและที่ที่คุณอยู่
 
"The secret of success in life is to be ready for your opportunity when it comes."
- - Benjamin Disraeli - -
ความลับของความสำเร็จคือเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับโอกาสที่มาถึง

"You get the best out of others when you give the best of yourself."
- - Harvey Firestone - -
"คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป"

"If you always do what interests you, then at least one person is pleased."
- - Katherine Hepburn - -
ถ้าคุณลงมือทำในสิ่งที่คุณสนใจอยู่เสมอ อย่างน้อยจะมีคนคนหนึ่งที่พอใจ
 
"Even a Step back can be fatal."
- - W.Brudzinski - -
แม้แต่การก้าวถอยหลังก็อาจถึงแก่ชีวิตได้

"Imagination is more important than knowledge."
- - Albert Einstein - -
จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ที่มี

"The reward of a good thing well done is to have it done."
- - Ralph Waldo Emerson - -
รางวัลของสิ่งที่เรียกว่ายอดเยี่ยมคือการได้สร้างมันขึ้นมา

"Only two things are infinite, the universe and human stupidity,
and I'm not sure about the former."
- - Albert Einstein - -
มี เพียงสองสิ่งเท่านั้นที่หาที่สิ้นสุดไม่ได้ สิ่งหนึ่งคือจักรวาล และอีกสิ่งคือความโง่เขลาของมนุษย์ ทว่าฉันไม่แน่ใจว่าจักรวาลจะเป็นเช่นนั้น

"Life remains the same until the pain of remaining the same
becomes greater than the pain of change."
- - Anonymous - -
ชีวิตจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งความเจ็บปวดจากความนิ่งเฉย จะมากกว่าความเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลง

"He who loses money, loses much; He who loses a friend, loses more; He who loses faith, loses all."
- - Anonymous - -
เขา..ผู้สูญสิ้นทรัพย์สินไป
เขา..สูญเสียมากเหลือเกิน
เขา..ผู้สูญสิ้นเพื่อนไป
เขา..สูญเสียมากกว่า
เขา..ผู้สูญสิ้นความศรัทธา
เขา..ผู้นั้น.. สูญเสียยิ่งกว่าใครๆ


"The determined man finds the way, the other finds an excuse or alibi."
- - Anonymous - -
ผู้ที่แน่วแน่และมุ่งมั่นจะหาหนทางแก้ปัญหา ในขณะที่คนอื่นจะหาหนทางแก้ตัว

"The only thing in life achieved without effort is failure."
- - Anonymous - -
มีเพียงสิ่งเดียวในชีวิตที่จะสามารถพิชิตได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายคือความล้มเหลว

"Some dream of worthy accomplishments, while others stay awake and do them."
- - Anonymous - -
บางคนฝันที่จะประสบความสำเร็จอย่างสวยหรู ในขณะที่บางคนกำลังลงมือกระทำ

"No bird soars too high if he soars with his own wings."
- - William Blake - -
ไม่มีนกตัวใดบินสูงเกินไปถ้ามันบินด้วยปีกของมันเอง

"Obstacles are those frightful things you see
when you take your eyes off your goals."
- - Anonymous - -
อุปสรรคคือสิ่งที่น่าตกใจก็ต่อเมื่อคุณไม่ได้มองไปที่จุดหมายปลายทาง

"Advice is like snow; The softer it falls the longer it dwells upon,
and the deeper it sinks into, the mind."
- - Samuel Taylor Coleridge - -
คำแนะนำเหมือนหิมะที่โปรยปรายลงมา ยิ่งบางเบาเพียงใดก็ยิ่งแตะเพียงเปลือกนอก และยิ่งหนักหนาเท่าใดก็ยิ่งลึกถึงความรู้สึกเท่านั้น

"There is nothing either good or bad but thinking makes it so."
- - W.Shakespeare - -
ไม่มีสิ่งใดๆในโลกที่ดีหรือเลว มีแต่ความคิดของเราเท่านั้นที่ทำให้เกิดความดีและความเลว

"Great minds discuss ideas; Average minds discuss events;
Small minds discuss people."
- - Anonymous - -
จิตใจที่ยิ่งใหญ่วิพากย์วิจารณ์ความคิด จิตใจสามัญวิพากวิจารณ์เหตุการณ์ แต่จิตใจที่ต่ำต้อยนั้นวิจารณ์เพียงผู้คน

"Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it."
- - D.Kaye - -
ชีวิตเหมือนภาพเขียนขนาดใหญ่และคุณควรจะใช้สีทั้งหมดที่คุณมีสร้างสรรค์มันขึ้นมา

"Forgive your enemies, but never forget their names."
- - J.F.Kennedy - -
จงยกโทษให้แก่ศัตรูของคุณ แต่อย่าลืมชื่อของพวกเขาเป็นอันขาด

"The only man who never makes mistakes is the man who never does anything."
- - T.Roosevelt - -
คนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย

"If you want to increase your success rate,double your failure Rate."
- - T.Watson Jr (Founder of IBM) - -
ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จมากขึ้นหนึ่งเท่าตัว จงเพิ่มความล้มเหลวเป็นสองเท่าตัว

สโรชา+อั้...


ในตัวคนจะมีแรงอยู่สองแรงในแง่ของจิตวิทยา 

อย่างแรก ชื่อ แรงจูงใจ  มันเป็นแรงที่ต้องกระตุ้นจากภายนอก เช่น ทำงานมีเงินเดือน  ทำงานดีมีการปรับขั้นเงินเดือนให้ หรือทำตามเป้าหมาย มีผลงาน

ก็จะได้โบนัส  แรงนี้เมื่อหมดเมื่อไรก็ได้ ซึ่งจะทำงานนั้น ๆ ต่อไป  มันเป็นแรงที่ต้องวิ่งเข้าหาเป้าหมาย ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มอาชีพ รับจ้าง

อย่างที่สอง ชื่อ แรงบันดาลใจ มันเป็นแรงที่เกิดค่อนข้างยาก  เพราะมันต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนจากภายใน ต้องกระตุ้นในความอยากของตัวเอง   แต่ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะคิด ต้องหาจุดเริ่มต้น  มันอาจเกิดจากความผูกพันธ์ในตัวคนหรือสิ่งของ อาจจะเรียกว่า รัก  หรือใจรักก็ได้ เช่น เพื่อพ่อผมจะทำให้ได้ 

เธอเป็นสิ่งยึดเหนียวให้ผมสำเร็จในวันนี้  ฉันจะต้องเป็นนักวิจัยที่มีชื่ออยู่ในโนเบล ผลของการเกิดแรงนี้  ทำเพื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่บ้างครั้งอาจจะไม่มีผลตอบแทนคืนมา แต่ที่แน่ ๆ  ได้ความภาคภูมิใจในตนเอง คนที่จะเกิดแรงนี้ได้จะเกิดในกลุ่มอาชีพ เจ้าของกิจการ นักกีฬา นักผจญภัย นักเสี่ยงโชค 

เปรียบเหมือนกับตัวคุณเป็นรถยนต์ แรงจูงใจคือแรงที่ผลักรถยนต์ไปข้างหน้า  หมดแรงเมื่อไรรถก็ไม่เคลื่อนที่ 

แต่หากเป็นแรงบันดาลใจมันคือน้ำมันที่อยู่ในถังไม่จำเป็นต้องผลักมันวิ่งไปได้เร็วและไกลเท่าที่น้ำมันยังมีอยู่ในถัง 

แต่ถ้าเปลี่ยนใหม่ผมจะไม่ไปติดถังก๊าซล่ะ จะไปใส่เตาปฎิกรณ์แทน  มียูเรเมียนแห่งความรักใส่ไปแทน

ก็มีคำถามกลับ  คุณกำลังจะหากินกับอินเตอร์เนต คุณเอาตัวเงินเป็นแรงจูงใจในการทำงาน  ถ้าทำไม่ได้ก็จะเริ่มท้อ ยอดเงินไม่เข้าเป้า 
แต่ถ้าเอาสิ่งที่อยู่รอบ ตัวคุณเป็นแรงบันดาลใจ ทำไม่ได้ลองผิดลองถูกใหม่ มันต้องมีแนวสักวิธีสินา  เอาเข้าจริง ๆ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย

อย่างน้อยได้ลงมือทำ  ด้รู้จักการทำมาหากินอีกรูปแบบหนึ่ง เมื่อชีวิตไม่เครียด ความคิดก็โลดแล่น 

อย่างที่เอดิสัน ตอนคิดค้นประดิษฐ์ไส้หลอดไฟ แล้วมีคนถามว่า  ทำมาตั้งสองพันกว่าวิธี ยังทำไม่สำเร็จอีกเหรอ 
เอดิสันตอบว่า เปล่า  ผมแค่ค้นพบวิธีทำไส้หลอดไฟสองพันกว่าตัวอย่าง ที่ยังไม่สำเร็จ

เกิดมาก็เพื่อคนอื่นทั้งนั้น ดูสิเอดิสันเป็นใคร  ยังมุ่งมั่นทำงานให้มนุดขี้เหม็นมีไฟส่องสว่าง  มีชื่อตัวเองจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ก็แค่นั้น   

เราเองก็บอกว่ามันก็แค่นั้น แต่คนมีแรงบันดาลใจอย่างเอดิสัน  มันจะเป็นความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ 

เกิดตายกี่ชาติก็ยังมีชื่อตัวเองอยู่ในบทเรียนให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา 

คำ คมใด ๆ ก็ไม่มีผล ถ้าผู้คนไม่นำไปปฎิบัติ..... จริงม่ะ 

กลุ่ม 6 ม. 3/12